ทาสแมวจ๋า ถ้ารักแมวเหมียว ต้องพาน้องเหมียวไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพกันด้วยนะ

ʕ•ᴥ•ʔ ถ้าอ่านแล้วชอบใจ แชร์ต่อด้วยนะจ๊ะ ♡

แมวเหมียวคือเจ้าตัวน้อยที่ยึดครองหัวใจมาหลายต่อหลายบ้าน และตั้งแต่รับนางเข้ามาในชีวิต พวกเราต่างก็ต้องยอมสยบตกเป็นทาสนางอย่างไม่อาจต้านทานได้

ซึ่งแน่นอนว่าพอเป็นทาสแมวแล้ว เจ้าเหมียวน้อยเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนสิ่งสำคัญของหัวใจที่คอยทำให้เรามีความสุข แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มักจะทำเพียงแค่เล่นหรือให้อาหาร แต่อาจมองข้ามไปว่าสุขภาพของน้องเหมียวก็คือสิ่งสำคัญ การพาพวกน้องเหมียวไปตรวจสอบสุขภาพกับสัตวแพทย์จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

Royal Canin รณรงค์ให้ทาสแมวทุกคนเห็นความสำคัญของการพาแมวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสัตว์หรือ คลีนิค เพราะแมวมักจะป่วยแบบไม่แสดงอาการ จึงต้องการการตรวจร่างกายเพื่อทำการป้องกันหรือรักษาได้ทัน

ว่าแต่สิ่งที่ควรรู้มีอะไรบ้างล่ะ? ทาสแมวมือใหม่อย่างเราควรรับมือกับเรื่องนี้ยังไงน้า?

ก่อนอื่นคงต้องทราบก่อนว่าเราพาแมวไปหาหมอทำไม ความจริงเบื้่องต้นก็คือแมวมีโรคที่ไม่แสดงอาการอยู่ โดยเราไม่มีทางรู้ได้เลยหากไม่พาลูกรักไปตรวจ เช่น 5 โรคดังต่อไปนี้ที่เหมียวมักจะเป็นแต่ไม่แสดงอาการกว่าที่น้องเหมียวจะแสดงอาการของโรคร้ายบางโรคทั้งเจ้าของและคุณหมออาจต้องพบกับความยุ่งยากมากขึ้นเพราะมีความรุนแรงและซับซ้อนในการรักษามากขึ้นนั่นเอง

1. โรคไต กว่าแมวจะแสดงอาการของโรคไต
ส่วนมากจะเกิดการสูญเสียการทำงานของไตไปแล้ว 3 ใน 4 ส่วนของไตทั้ง 2ข้าง หรือเรียกง่ายๆ ว่าเหลือไตที่ยังทำงานได้แค่ 25% เท่านั้นเอง

2. โรคนิ่ว และกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
โรคนี้พบได้บ่อยทั้งเหมียวเพศผู้และเพศเมียซึ่งที่จริงแล้วเราสามารถสังเกตุอาการได้ถ้าอยู่กับเค้าอย่างใกล้ชิดแม้แต่ตอนเค้าฉี่แต่ก็มีแมวจำนวนไม่น้อยเลยที่มาด้วยภาวะการอักเสบที่รุนแรงหรือเกิดการอุดตันของท่อปัสสาวะ ซึ่งหากมาหาหมอไม่ทันก็เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

3. โรคติดเชื้อจากไวรัส น้องเหมียวมีโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสหลายโรค
ซึ่งบางครั้งแมวที่เป็นโรคจะไม่แสดงอาการและสามารถส่งต่อโรคไปยังแมวตัวอื่นๆ ได้อีกด้วย ปัจจุบันมีอุปกรณ์ในการตรวจที่รวดเร็ว แม่นยำและทันสมัยมากขึ้น เพื่อการดูแลหรือวางแผนการทำวัคซีนต่อไป

4. พยาธิในทางเดินอาหาร
บางทีน้องเหมียวจอมซนของเราก็แอบไปกินหรือเลียอะไรแปลกๆทำให้ได้รับพยาธิในทางเดินอาหารมาโดยไม่รู้ตัวซึ่งทำให้เกิดการระคายเคือง ขาดสารอาหารหากเป็นรุนแรงจะอาการอื่นร่วมอย่างเช่นขนร่วง ผอม เบื่ออาหาร
อาจพบว่าน้องเหมียวพยายามไถก้นกับพื้นหรือพรมก็ได้

5. ท้องผูกเรื้อรัง
กรณีที่เป็นรุนแรงอาจพบอาการลำไส้ขยายตัวซึ่งจะรู้ได้แน่ชัดก็ต่อเมื่อทำการเอกซ์เรย์ตรวจ

ที่สำคัญคือ บางอาการอย่างเช่นโรคไต แมวมักเริ่มแสดงอาการของโรคเมื่อไตถูกทำลายไปแล้ว 75% แต่หากได้รับการตรวจจะสามารถประเมินความเสี่ยงได้เร็วขึ้น

นอกจากนั้นเจ้าเหมียวยังมีอะไรที่ต้องไปทำที่คลินิกในปีแรกๆ ด้วย

1. ฉีดวัคซีนสำหรับโรคต่างๆ
2. ถ่ายพยาธิในลำใส้
3. ตรวจผิวหนังและกำจัดปรสิตภายนอก
4. ตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติของสุขภาพต่างๆ เช่นการทำงานของตับ ไตหัวใจ
5. ตรวจวัดความเสี่ยงการเกิดนิ่ว

แม้การตรวจเพื่อป้องกันหรือรักษาแต่เนิ่นๆ จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่อันที่จริงแล้วค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการรักษาเมื่อโรคแสดงอาการแล้ว

โห…ประมาทไม่ได้แล้วทีนี้ แต่สำหรับทาสแมวหลายคนก็อาจพบปัญหาว่า จะพาพวกนางไปหาหมออย่างไรดี?

พาแมวไปหาหมอไม่ใช่เรื่องยาก ทาสแมวหลายท่านคงเจอปัญหาแมวไม่ชอบไปหาหมอซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกเลยทีเดียว สาเหตุหลักๆ ที่เจ้าเหมียวไม่ชอบหาหมอก็คือ ไปแล้วเจ็บตัว แถมเจอประสบการณ์ไม่ดีอีก

ดังนั้นทุกๆครั้งที่เราพาเหมียวขึ้นรถเค้าจึงเครียดและโวยวายตลอดทาง ทางแก้เบื้องต้นที่อาจช่วยได้ในบางรายคือการฝึกให้เค้านั่งรถระยะใกล้ๆ แล้วให้ขนมหลังจากกลับถึงบ้าน ไปเที่ยวบ้าง สลับหาหมอเพราะถ้าการขึ้นรถคือการหาหมอ เท่ากับเราไปสร้างเงื่อนไขทางการจดจำให้เค้าการให้ขนมเป็นรางวัลเป็นสิ่งหนึ่งที่เค้ารอคอยประกอบกับการเลือกคลินิกที่คุณวางใจโดยอาจมีพื้นที่นั่งรอสำหรับน้องแมวโดยเฉพาะ และไม่มีเสียงดังมากจนเกินไป

คุณหมอแมวเองก็มีสิ่งที่อยากฝากถึงทาสแมวเช่นกัน

สาเหตุที่หมออยากให้เหมียวมาหา

ทั่วโลกมีการเชิญชวนให้พาแมวมาหาหมอเพราะจากการสำรวจพบว่ามีแมวที่มีการเลี่ยดูแบบมีเจ้าของมาหาคุณหมอเป็นประจำไม่ถึงครึ่ง โดยเฉพาะเมื่อครบการทำวัคซีนในปีแรกแล้วก็จะหายไปเลยเนื่องจากเข้าใจว่าแมวโตแล้วและมีภูมิแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายๆ ครั้งคุณหมอจะต้องทำการรักษาโรคให้น้องแมวที่เป็นในระยะท้ายๆ หรือเป็นหนักแล้วจริงๆ

นอกจากการพาแมวไปหาหมอเป็นประจำจะช่วยลดความรุนแรงหากเกิดโรคแล้วการหาหมอแต่ละครั้งน้องแมวจะไม่ต้องโดนให้น้ำเกลือ โดนฉีดยาหลายๆ เข็มเหมือนแมวป่วยทั่วไปจึงเป็นการไม่ไปสร้างประสบการณ์ไม่ดีระหว่างคุณหมอกับน้องแมวอีกด้วย

การพาน้องแมวมาแบบไม่ป่วยยังเป็นการเปิดโอกาสให้คุณหมอพูดคุยแนะนำเรื่องการดูแล เพราะไม่ต้องวิ่งวุ่นกับการเตรียมเข็ม เตรียมยาหรือน้ำเกลือแถมเจ้าของก็ไม่ต้องมัวแต่พะวงกับอาการป่วยของเค้าด้วยหลังจากพาน้องแมวไปหาหมอเพื่อรับคำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพรวมถึงการตรวจประจำปีแล้วก็อย่าลืมให้รางวัลแก่น้องแมวเป็นอาหารหรือขนมอร่อยๆ หรืออาจจะเป็นของแล่นและที่ลับเล็บอันใหม่ให้เค้าก็ได้นะ

22 สิงหาคม เป็นวัน Take your cat to the vet day หรือ วันพาแมวไปหาหมอ คือวันที่ Royal Canin รณรงค์ให้ทาสแมวทุกคนเห็นความสำคัญของการพาแมวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสัตว์หรือ คลีนิค เพราะแมวมักจะป่วยแบบไม่แสดงอาการ จึงต้องการการตรวจร่างกายเพื่อทำการป้องกันหรือรักษาได้ทัน

รู้แบบนี้แล้ว พาน้องเหมียวไปหาหมอกันเถอะ

ที่มา: Royal Canin Thailand

ʕ•ᴥ•ʔ ถ้าอ่านแล้วชอบใจ แชร์ต่อด้วยนะจ๊ะ ♡

Related Posts