ตีแผ่ชีวิตภาพเด็ก “ในอีกส่วนของโลก” ที่ไม่ได้อยู่ใน “โลกที่สวย” เหมือนคนทั่วไป

ʕ•ᴥ•ʔ ถ้าอ่านแล้วชอบใจ แชร์ต่อด้วยนะจ๊ะ ♡

สถานการณ์การอพยพในหลายพื้นที่กำลังเข้าสู่สภาวะวิกฤติ เพราะนอกจากจำนวนผู้อพยพจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว หลายๆ ประเทศก็เริ่มปิดกั้นและผลักดันพวกเขาให้กลับไปเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม

 

องค์กร Save The Children รายงานว่าเด็กๆ ผู้อพยพมากกว่า 1,600 คนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทุบตี ถูกสุนัขไล่กัด และถูกไล่ให้กลับไปใช้ชีวิตกลางแจ้งท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจนติดลบในเขตเซอร์เบีย

เด็กๆ เหล่านั้นถูกขับไล่ออกมาจากพรมแดนโครเอเชียและฮังการี จึงต้องกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในค่ายผู้อพยพที่แออัดยัดเยียด หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องอาศัยซากปรักหักพังของอาคารที่ถูกทิ้งร้างเป็นที่พักหลบลมหนาว

นอกจากความสกปรก เชื้อโรค และบาดแผลจากการถูกทำร้าย สภาพอากาศที่หนาวจนติดลบ 10 องศาเซลเซียสของคาบสมุทรบอลข่านก็ไม่ปรานีต่อเหล่าผู้อพยพเลย

 

Aalem เด็กชายผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานวัย 12 ปีที่อาศัยอยู่ในเมืองเบลเกรดเล่าว่า “ตำรวจทุบตีเรา เอาเสื้อผ้ากับรองเท้าของเราไป แล้วพวกเขาก็ไล่เรากลับมา”

 

Aamen ผู้อพยพที่เดินทางร่อนเร่อย่างยากลำบากผ่านอิหร่าน ตุรกี และบัลแกเรีย ได้ข้ามเขตแดนเข้าไปในโครเอเชียแล้วตอนที่ตำรวจพบเจอก่อนจะทำร้ายและส่งตัวเขากลับออกมาเช่นกัน “เราพยายามข้ามพรมแดนโครเอเชียมาแล้ว 5 ครั้ง และฮังการีอีก 5 ครั้ง”

 

“เรามีปัญหากับตำรวจและสภาพอากาศที่เลวร้ายอยู่ตลอดเวลา ครั้งแรกที่ผมข้ามเข้าไปในโครเอเชีย ผมเข้าไปได้ไกลถึง 5 กิโลแล้วก่อนจะถูกตำรวจจับ”

“ตอนที่ผมพยายามข้ามเข้าไปในฮังการี ตำรวจรอเราอยู่แล้วพร้อมกับสุนัข พวกเขาทุบตี ยึดเสื้อผ้าของเราไป และปล่อยให้สุนัขวิ่งไล่เรากลับออกมา”

 

ผู้อพยพมากกว่า 7,000 คนอาศัยอยู่ในค่ายพักพิงที่มีอยู่มากกว่า 17 แห่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับผู้อพยพทั้งหมดที่เหลือ เด็กๆ อีกหลายคนเช่น Aamen จึงต้องอาศัยบ้านร้าง โรงงาน หรืออาคารเก่าๆ เป็นที่พักชั่วคราว

 

“เรามาที่นี่เพราะมันดีกว่าค่ายทหารที่เราเคยพักอยู่ เราไปที่ค่ายผู้อพยพไม่ได้เพราะมันเต็มหมดแล้ว”

 

“ที่นี่เราสามารถอยู่แบบสบายๆ และทำตามใจตัวเองได้ แต่มันก็หนาว มันหนาวจัดมากจนผมล้มป่วย เราจุดไฟในบางห้องและไปที่นั่นเมื่อต้องการความอบอุ่น และไม่มีห้องน้ำที่ใช้ได้เลย”

 

Liaqat Khan หนุ่มน้อยผู้อพยพวัย 17 ปีชาวปากีสถานซึ่งอาศัยอยู่ในโกดังร้างบอกว่า “การนอนหลับเป็นปัญหาใหญ่ การอาบน้ำเป็นปัญหาใหญ่ น้ำสำหรับดื่มหรือใช้ก็เป็นปัญหาใหญ่ อาหารการกินก็เป็นปัญหาใหญ่เช่นกัน”

Liaqat เองก็ถูกขับไล่ออกมาจากพรมแดนโครเอเชียและฮังการีหลายครั้ง ตำรวจยังยึดโทรศัพท์มือถือและเงินที่เขาพกติดตัวไปจนหมดอีกด้วย

 

นอกจากนี้ผู้อพยพส่วนใหญ่ยังมีปัญหาเรื่องการหายใจและมลพิษในอากาศ เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องจุดไฟเพื่อสร้างความอบอุ่นซึ่งมันทำให้เกิดหมอกควันที่เป็นอันตราย

 

Gemma Parkin โฆษกมูลนิธิ Save The Children เผยว่าเด็กๆ ทุกคนที่เธอพบเจอจะต้องเจ็บป่วย ถูกทุบตี และเคยถูกสุนัขไล่กัดมาก่อน

 

เด็กๆ ทุกคนต่างพบเจอประสบการณ์อันเลวร้ายที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนี้บางคนยังพูดถึง “มาเฟีย” ที่คอยเอารัดเอาเปรียบพวกเขาในสถานการณ์คับขันอีกด้วย

 

ผู้ลี้ภัยบางคนเริ่มหวาดกลัวและไม่กล้าลงมือทำอะไร พวกเขากังวลว่าจะต้องอาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพตลอดไป แต่ขณะเดียวกันก็กลัวว่าถ้าข้ามเขตแดนเข้าไปแล้วจะถูกทำร้ายหรือเนรเทศออกไปอย่างผิดกฎหมายแม้แต่ในประเทศที่เคยเปิดรับญาติพี่น้องของพวกเขามาก่อน

 

ปัจจุบันเด็กวัยรุ่นและชายหนุ่มหลายคนต้องออกมาอาศัยอยู่ในที่พักอาศัยชั่วคราวที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เลย เพราะในค่ายลี้ภัยนั้นเต็มไปด้วยเด็กตัวเล็กๆ คนป่วย และคนชรา

 

ขณะที่ผู้อพยพในเซอร์เบียไม่สามารถข้ามเขตแดนไปยังโครเอเชียและฮังการีได้ พรมแดนอีกด้านหนึ่งของเซอร์เบียก็มีผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้นอย่างน้อยวันละ 100 คน

 

ผู้อพยพชาวอิรักครอบครัวเพิ่งเดินทางมาถึงเซอร์เบียพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยวัย 8 ขวบ เนื่องจากบ้านของพวกเขาถูกทำลายด้วยระเบิดและเด็กๆ ก็ไม่สามารถไปโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไปด้วยฝีมือของกลุ่มไอซิส

 

องค์กร Human Rights Watch มีรายงานเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้อพยพโดยเฉพาะในโครเอเชีย ซึ่งน่าเป็นห่วงมากเพราะผู้อพยพมากถึงร้อยละ 46 นั้นเป็นเด็ก บางคนก็อายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น และเด็กๆ อย่างน้อยร้อยละ 20 เดินทางมาเพียงลำพังโดยไม่มีผู้ปกครองมาด้วย

 

หลังจากยุโรปเริ่มปิดพรมแดนในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ผู้อพยพหลายพันคนก็ติดอยู่ตรงกลางระหว่างประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน ไม่ว่าจะเป็นโครเอเชีย กรีซ เซอร์เบีย ตุรกี และอื่นๆ และประเทศเหล่านี้ก็จำเป็นต้องหามาตรการมาแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังส่งผลกระทบต่อตนเองเช่นกัน

 

ที่มา: DailyMail

ʕ•ᴥ•ʔ ถ้าอ่านแล้วชอบใจ แชร์ต่อด้วยนะจ๊ะ ♡

Related Posts