พบแท่งหินอายุ 1,800 ปีใต้สมุทร ที่กล่าวถึงผู้ปกครองโรมันแห่ง ‘จูเดีย’ ในยุคนองเลือด!!

นักโบราณคดีสำรวจพบแท่งหินอายุ 1,800 ปีใกล้กับเมืองไฮฟา ประเทศอิสราเอล ที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรลึกลงไปกว่า 30 กิโลเมตร และเป็นหลักฐานชิ้นแรกเกี่ยวกับผู้ปกครองเมืองจูเดียที่ถูกลบออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของอารยธรรมโรมัน

 

แท่งหินขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อราวๆ คริสต์ศักราชที่ 2 ที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรใกล้กับเมืองไฮฟาทางตอนเหนือของอิสราเอล คือแท่งหินที่จารึกชื่อของผู้ปกครองชาวโรมันแห่งเมืองจูเดีย แท่งแรกและแท่งเดียวที่เคยถูกค้นพบ เนื่องจากยุคการปกครองของเขานั้นนำไปสู่การก่อกบฎของชาวยิวที่อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5 แสนคน

 

นักโบราณคดีเผยว่าชื่อของผู้ปกครองชาวโรมันก็คือ “Gargilius Antiquus” และแท่งหินแท่งนี้ยังเป็นจารึกโรมันชิ้นที่สองที่กล่าวถึงเมืองจูเดีย (Judea) ที่เคยถูกค้นพบอีกด้วย

ยุคการปกครองของ Gargilius Antiquus เรียกได้ว่าเป็นยุคก่อนการนองเลือด เนื่องจากมันนำไปสู่การก่อกบฎ Bar Kokhba ในคริสต์ศักราช 131 ที่ชาวยิวจำนวนหลายแสนคนลุกฮือขึ้นเพื่อต่อต้านผู้ปกครองชาวโรมัน

 

แท่งหินเก่าแก่ถูกนำขึ้นจากมหาสมุทรและจัดแสดงไว้ที่มหาวิทยาลัยไฮฟา โดยผู้ที่แปลข้อความบนจารึกแท่งนี้ก็คือนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยไฮฟานั่นเอง

 

นักโบราณคดีเชื่อว่าจารึกแท่งนี้น่าจะเคยสูงกว่า 85 เซนติเมตรและหนักกว่า 600 กิโลกรัม แต่ถูกน้ำทะเลกัดกร่อนจนมีขนาดเล็กลงไปบ้างตามกาลเวลา

 

หลักฐานที่พบบนแท่งจารึกนี้ยังสอดคล้องกับหลักฐานชิ้นเดิมที่เคยค้นพบในบริเวณใกล้เคียงกันเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงสามารถยืนยันได้ว่า Gargilius Antiquus คือผู้ปกครองนครจูเดียก่อนที่จะเกิดเหตุกบฎนองเลือดครั้งใหญ่ ซึ่งหลังจากนั้นชาวโรมันได้พยายามลบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกไปจากประวัติศาสตร์และพื้นที่บริเวณนั้นก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ซีเรีย-ปาเลสไตน์”

 

ที่มา: DailyMail

Related Posts